แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้รอบตัว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้รอบตัว แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2552

งานแบบนี้ก็มีด้วย น่าอิจฉาจัง

ยังมีงานในโลกนี้อีกมากมายนะคะที่ยังไม่ถูกสำรวจ เรามาอ่านเรื่องนี้ประดับความรู้กันเถอะค่ะงานแบบนี้มีใครบ้างไม่อิจฉา ท่องรีสอร์ตทดสอบสไลเดอร์ ลินช์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์กับงานที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก

เดลิเมล์ - คนทำงานนั่งโต๊ะหลายคนคงอดอิจฉาไม่ได้ เมื่อรู้ว่าปีนี้ ทอมมี ลินช์ ต้องเดินทาง 27,000 ไมล์ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบสไลเดอร์น้ำในรีสอร์ตต่างๆ ทั่วโลก

ลินช์ วัย 29 ปี ทำงานให้กับเฟิร์ต ชอยส์ ยักษ์ใหญ่ผู้จัดจำหน่ายแพคเก็จท่องเที่ยวของอังกฤษ โดยหน้าที่ของลินช์คือตรวจสอบความสูง ความเร็ว คุณภาพของน้ำ และการแลนดิ้งของสไลเดอร์ รวมถึงแง่มุมด้านความปลอดภัยทั้งหมด

“ผมทำงานที่วิเศษสุดในโลก ไม่มีใครเชื่อเวลาผมเล่าเรื่องงานให้ฟัง บางคนนั่งทำงานในออฟฟิศทั้งวัน แต่ผมต้องบินไปทั่วโลกเพื่อลองเล่นสไลเดอร์น้ำ"

“ค่อนข้างลำบากสักหน่อยเวลาอากาศหนาวยะเยือก และผมต้องถอดเสื้อผ้าเหลือแค่กางเกงว่ายน้ำไปทดสอบสไลเดอร์ แต่นอกจากนั้นแล้ววิเศษสุดๆ เลย"

“หน้าที่ของผมมีอะไรมากมายกว่าการเล่นสไลเดอร์อย่างที่หลายคนอาจคิด สระว่ายน้ำและสไลเดอร์เป็นส่วนที่สำคัญมากสำหรับวันหยุดพักผ่อนของครอบครัว ทุกอย่างจึงต้องถูกต้องและปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์”
ลินช์บอกว่า อะควา แฟนตาซี ปาร์กในคูซาดาซี ตุรกี เป็นหนึ่งในสถานที่ที่เขาโปรดปรานที่สุด เช่นเดียวกับที่เบอร์นาลแมดนาในคอสตาเดลโซล

หน้าที่ของเขาคือ การทดสอบคุณภาพและความปลอดภัยของสไลเดอร์น้ำในรีสอร์ตทั่วโลกตามคำสั่งของเฟิร์สตชอยซ์
ปีที่ผ่านมา เขาตระเวนทดสอบสไลเดอร์น้ำในฮอลิเดย์วิลเลจในลานซารอต มาร์จอกา อียิปต์ ตุรกี คอสตาเดลโซล ไซปรัส อัลการ์ฟ สาธารณรัฐโดมินิกัน และเม็กซิโก
สำหรับปีนี้ เขาจะต้องเดินทางไปทดสอบคุณภาพสไลเดอร์น้ำในรีสอร์ตแห่งใหม่ในกรีซ ตุรกี ฟลอริดา จาไมกา และอิบิซา
หนุ่มลิเวอร์พูลผู้นี้ที่มีตำแหน่งงานในชื่อเก๋ไก๋ว่า ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ ได้รับการว่าจ้างให้ค้นหาสระว่ายน้ำที่ดีที่สุดเพื่อบรรจุไว้ในคอลเล็กชันสแปลชรีสอร์ตใหม่ของเฟิร์สต์ชอยซ์ นอกจากนี้ ลินช์ยังมีหน้าที่ในการตรวจสอบให้มั่นใจว่ารีสอร์ตแห่งใหม่ได้มาตรฐานตามที่บริษัทกำหนด
งานของผมมีส่วนที่หนักอยู่เหมือนกัน เพราะต้องแบกรับความรับผิดชอบมากมาย โดยเฉพาะการตรวจสอบสไลเดอร์น้ำ”
ด้านโฆษกหญิงของเฟิร์สต์ชอยซ์กล่าวว่า “ที่บริษัทของเรา เราเข้าใจว่าสระว่ายน้ำมีความสำคัญเพียงใดต่อเด็กในช่วงวันหยุดพักผ่อน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เรามอบหมายให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งทุ่มเทให้กับการค้นหาว่ารีสอร์ตที่มีสไลเดอร์แห่งใดดีที่สุดในโลก”
งานนี้มีใบสมัครเข้ามาไม่ขาดสายอย่างที่คุณอาจคิดไว้
“ทอมมีรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองอย่างเคร่งครัด และเขาไม่เคยบกพร่องเลยในภารกิจค้นหาสระว่ายน้ำที่ดีที่สุดในโลก เขาพยายามและทดสอบสไลเดอร์ทุกแห่ง”

ที่มา และภาพประกอบจาก ผู้จัดการออนไลน์ 17 มกราคม 2552 10:57 น.

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2552

เลือกหมอน ให้นอนหลับฝันดี

เลือกหมอนให้ นอนหลับฝันดีแต่เรื่องที่จะนอนให้หลับฝันดีได้ มันก็ต้องมีองค์ประกอบหลายส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องกัน หนึ่งในนั้นก็คือต้องรู้จักเลือกหมอนดีๆ มาหนุนศีรษะด้วยเรื่องของหมอนหนุนนอนนั้นต้องถือได้ว่าเป็นของส่วนตัวอีกชิ้นหนึ่ง ที่เรามักจะพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันน้อยมาก บ้างก็มองข้ามความสำคัญไปซะงั้น แต่ความจริงแล้วก่อนจะเลือกซื้อหมอนก็มีเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญนำมาพิจารณาอยู่สัก 4 หัวข้อด้วยกันคือ

ข้อแรกต้องรู้กันก่อนว่าตัวเรา เป็นโรคภูมิแพ้อะไรบ้างหรือเปล่า อย่างบางคนแพ้ปุยนุ่น หรือละอองขนเป็ดขนไก่ที่ใช้เป็นวัสดุไส้ในของหมอน ก็ต้องหลีกเลี่ยงวัสดุที่เราแพ้เหล่านั้น ไปใช้อย่างอื่นแทน อาจจะเป็นโฟม โพลีเอสเตอร์ หรือวัสดุธรรมชาติอย่างอื่น เป็นต้น

ข้อสองเป็น เรื่องของขนาด แต่ละคนก็ชอบขนาดหมอนที่เล็กใหญ่แตกต่างกันไป บางคนก็ชอบมีหมอนกองเต็มเตียง แต่พอเอาเข้าจริงตอนนอนก็ใช้หมอนแค่หนึ่งหรือสองใบแค่นั้นเอง

ถัดมาต้องดูว่าหมอนมี ความสามารถ ในการรองรับ ดีพอหรือไม่ ควรจะทดสอบความแน่นของหมอน โดยที่ถ้ามันมีแรงดัน นิดหน่อยก็แสดงว่าจะรองรับศีรษะได้มากกว่า สำหรับคนที่มักจะนอนหงายควรเลือกหมอนที่ต่ำและนิ่มกว่าเพื่อให้คออยู่ในตำแหน่งที่สบาย แต่ถ้าเป็นคนชอบนอนตะแคง ควรจะเลือกหมอนสูงกว่าสักหน่อย เพื่อจัดแนวสันหลังให้อยู่ในแนวตรงที่พอเหมาะพอดี

สุดท้ายเป็นเรื่องของ การดูแลรักษา ควรใช้ปลอกหมอนกันเปื้อนเพื่อยืดอายุการใช้งานไปได้นาน ๆ เพียงแค่นี้ก็คงจะพอช่วยให้นอนหลับฝันดี มีภูมิคุ้มกันโรคหวัดกันได้อย่างง่ายๆ ต่อไปตราบนาน

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ [17 ม.ค. 52 - 00:29]

วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2552

วิธีเรียนภาษา ที่ดีที่สุด

วิธีเรียนรู้ภาษาต่างประเทศแบบเป็นเอง ให้เข้าหูเข้าตาตลอดเวลา

วิธีการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศที่ดีที่สุด ก็คือ ให้ได้ยินได้ฟังมันอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะไม่รู้ความหมายของมันก็ตาม

ดร.ปอล ซุลเบอเกร์ นักปราชญ์ทางด้านภาษา มหาวิทยาลัยวิกตอเรีย ให้เหตุผลว่า แม้จะฟังดูประหลาด เพราะเราไม่รู้เรื่องเลย พวกครูสอนภาษาหลายคนอาจยังฟังไม่ได้ เขาอธิบายเหตุผลว่า “ถ้าหากเราต้องการรู้ภาษาสเปน ก็ต้องหมั่นฟังสถานีวิทยุภาษาสเปนทางอินเตอร์เน็ตบ่อยๆ มันจะช่วยให้เราพอจับได้และรู้ศัพท์ใหม่มากขึ้น

ผลการวิจัยของเขาได้ท้าทายทฤษฎีการเรียนรู้ภาษาที่ใช้กันอยู่ เขามีข้อสมมติฐานใหญ่ว่า “ปล่อยให้ฟังภาษาใหม่ให้เข้าหูไปเถอะ มันจะไปสร้างโครงสร้างในสมอง ที่สำหรับจะเรียนภาษาใหม่ขึ้นเอง” และเสริมว่า

“เนื้อเยื่อประสาทที่จำเป็นกับการเรียนและเข้าใจภาษาใหม่ จะพัฒนาตัวเองให้เปิดรับภาษา มันเป็นวิธีเดียวกับที่เด็กทารกเรียนรู้ ภาษาแรกของตน”

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ [2 ก.พ. 52 - 00:38]

ผู้ชายเมา มองผู้หญิงสวยขึ้น จริงไหม??

ค้านทฤษฎีเมาแล้วมองหญิงสวย ยันเหล้าไม่มีผลต่อสายตาผู้ชาย
ผู้หญิงไม่ได้ดูสวยน่ารักมากกว่าปกติในสายตาผู้ชายที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ในเลือดแล้ว
เอเจนซีส์ – ผลวิจัยล่าสุดหักล้างทฤษฎีเดิม ยันเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้มีผลต่อวิจารณญาณของผู้ชายในการตัดสินความสวยและประเมินอายุของสาวๆ นับจากนี้ต่อไปหนุ่มทั้งหลายจึงไม่ควรอ้างว่าเพราะเมาถึงไปควงสาวผิดสเป็กหรือเลยเถิดกับเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ปรากฏการณ์ดังกล่าวเรียกขานกันว่า ‘beer goggles’ หรือแนวโน้มที่ผู้ชายมองผู้หญิงสวยมีเสน่ห์มากขึ้นหลังกระดกเบียร์เข้าปากไปได้ระยะหนึ่ง ซึ่งมีการกล่าวขานถึงเรื่องนี้เป็นครั้งแรกโดยนักวิทยาศาสตร์ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 โดยเรียกว่า ‘alcohol myopia’
ในอดีต หนุ่มๆ มักอธิบายกับเพื่อนว่าที่คว้าผู้หญิงหน้าแปลกมาควงเป็นเพราะฤทธิ์เหล้าแท้ๆ
แต่การวิจัยล่าสุดระบุว่า เรื่องเหล่านั้นเป็นความผิดของผู้ชายเอง ไม่ควรไปโทษแอลกอฮอล์ ปรากฏการณ์ Beer goggles เป็นความเข้าใจผิด และผู้หญิงไม่ได้ดูสวยกว่าปกติในสายตาผู้ชายที่มีแอลกอฮอล์ผสมในเลือด
ดร.วินเซนต์ อีแกน จากมหาวิทยาลัยเลสเตอร์ อังกฤษ ซึ่งเป็นผู้นำการวิจัย ได้สุ่มหากลุ่มตัวอย่าง 240 คนในบาร์ คาเฟ่ และเลานจ์ในสนามบิน โดยอาสาสมัครที่มีทั้งหญิง-ชายเหล่านี้อายุระหว่าง 18-70 ปี และครึ่งหนึ่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่โดยมีอาการซึ่งวัดจากระดับแอลกอฮอล์ในเลือดต่างกันไปตั้งแต่ผ่อนคลาย พอดีๆ จนถึงเมา
อาสาสมัครทั้งหมดได้ดูรูปหญิงสาวอายุ 17 ปีที่มีการใช้เทคนิคสร้างภาพให้ดูเหมือนอายุ 13 ปี และ 20 ปี และบางภาพที่เป็นภาพอายุ 17 ปีถูกแต่งให้ดูเหมือนเด็กสาวแต่งหน้าทาปากครบเครื่อง
เมื่อถูกขอให้วิจารณ์ความมีเสน่ห์และอายุของคนในรูป ปรากฏว่าอาสาสมัครหญิงให้คะแนนคนในรูปมีเสน่ห์มากขึ้นหลังจากดื่มแล้ว แต่แอลกอฮอล์กลับไม่มีผลในเรื่องนี้สำหรับผู้ชาย หมายความว่าทฤษฎีเมาแล้วมองผู้หญิงสวยเป็นอันตกไปโดยสิ้นเชิง
แม้ไม่ทราบชัดเจนว่าเหตุใดผู้หญิงจึงมองผู้หญิงด้วยกันสวยขึ้นหลังจากเหล้าเข้าปาก แต่อาจเป็นไปได้ว่าเป็นเพราะผู้หญิงแสดงความคิดเห็นตรงไปตรงมามากกว่าผู้ชาย
การดื่มยังไม่มีผลต่อความสามารถในการคาดคะเนอายุของกลุ่มตัวอย่างทั้งสองเพศ นักวิจัยจึงสรุปว่าอิทธิพลจากแอลกอฮอล์ไม่ควรถูกนำมาเป็นข้ออ้างกรณีที่ผู้ชายถูกกล่าวหาว่าล่วงเกินเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
งานวิจัยของเลสเตอร์ที่ตีพิมพ์อยู่ในวารสารไซโคโลจี้ของอังกฤษ ค่อนข้างขัดแย้งกับข้อสรุปของงานวิจัยหลายชิ้นในอดีต อาทิ ผลงานจากมหาวิทยาลัยบริสตอล อังกฤษ ที่พบว่าคนที่ดื่มแม้เพียงเล็กน้อยมีแนวโน้มมองคนอื่นมีเสน่ห์มากขึ้น รวมไปถึงงานศึกษาจากสหรัฐฯ ที่ระบุว่าแค่มองคำที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ก็เพียงพอทำให้ผู้ชายมองผู้หญิงสวยเซ็กซี่มีเสน่ห์มากขึ้น

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 เมษายน 2552 12:02 น.

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2552

เคี้ยวหมากฝรั่งแล้วเรียนเก่งขึ้น?

ชี้เคี้ยวหมากฝรั่งในห้องเรียน สมาธิมุ่งมั่นผลการเรียนดีขึ้น
นักวิจัยเชื่อหมากฝรั่งช่วยลดความเครียด ทำให้เด็กมีสมาธิกับการเรียนดีขึ้น
เอเจนซี – นักวิจัยอเมริกันระบุการเคี้ยวหมากฝรั่งอาจส่งผลให้วัยรุ่นทำคะแนนคณิตศาสตร์ดีขึ้น เนื่องจากความเครียดลดลง จึงมีสมาธิมุ่งมั่นขึ้น  โรงเรียนหลายแห่งในสหรัฐฯ แบนหมากฝรั่ง เนื่องจากเด็กบางคนชอบคายทิ้งไว้ใต้เก้าอี้หรือใต้โต๊ะ
กระนั้น ผลการศึกษาของทีมนักวิจัยที่นำโดยเคร็ก จอห์นสตัน จากเบย์เลอร์ คอลเลจ ออฟ เมดิซินในฮูสตัน พบว่านักเรียนที่เคี้ยวหมากฝรั่งระหว่างชั้นเรียนคณิตศาสตร์ทำคะแนนการทดสอบคณิตศาสตร์มาตรฐานดีขึ้นหลังผ่านไป 14 สัปดาห์ และยังทำคะแนนสอบปลายภาคได้ดีกว่าเพื่อนร่วมห้องที่ไม่ได้เคี้ยวหมากฝรั่ง
“นี่เป็นครั้งแรกที่เราสามารถแสดงให้เห็นถึงสถานการณ์จริงที่บ่งชี้ว่านักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้นหากได้รับอนุญาตให้เคี้ยวหมากฝรั่งในห้องเรียน” กิล เลอวิลล์ ผู้อำนวยการบริหารของสถาบันวิทยาศาสตร์ริกลีย์ หน่วยวิจัยของริกลีย์ ผู้ผลิตหมากฝรั่งที่ปัจจุบันเป็นบริษัทในเครือของมาร์ส กล่าว
เลวิลล์เสริมว่า ลูกค้าจำนวนมากส่งความคิดเห็นกลับมายังริกลีย์ว่า การเคี้ยวหมากฝรั่งทำให้มีสมาธิดีขึ้น ดังนั้น เมื่อสี่ปีที่แล้ว บริษัทจึงเริ่มก่อตั้งสถาบันวิจัยขึ้นมาเพื่อพิสูจน์เรื่องนี้
และในการวิจัยของนักวิจัยจากเบย์เลอร์ ซึ่งได้ทุนสนับสนุนจากริกลีย์ ได้มีการศึกษาห้องเรียนวิชาคณิตศาสตร์ 4 ห้องในฮูสตัน รัฐเทกซัส ซึ่งประกอบด้วยนักเรียน 108 คนอายุระหว่าง 13-16 ปี
นักเรียนครึ่งหนึ่งได้รับอนุญาตให้เคี้ยวริกลีย์แบบปลอดน้ำตาลระหว่างเรียน ทำการบ้าน และทำข้อสอบ เด็กเหล่านี้เคี้ยวหมากฝรั่ง 86% ของเวลาทั้งหมดในห้องเรียนเลข และ 36% ของเวลาทำการบ้าน ขณะที่เด็กอีกครึ่งหนึ่งเรียน ทำการบ้านและสอบโดยไม่มีหมากฝรั่ง
หลังจาก 14 สัปดาห์ เด็กที่เคี้ยวหมากฝรั่งทำคะแนนคณิตศาสตร์ในการประเมินความรู้และทักษะเพิ่มขึ้น 3% ซึ่งแม้เป็นตัวเลขที่ไม่มากนัก แต่จอห์นสตันที่นำเสนอผลการศึกษาต่อที่ประชุมอเมริกัน โซไซตี้ ฟอร์ นิวทริชันในนิวออร์ลีนส์ เมื่อไม่กี่วันนี้ ระบุว่าบ่งชี้การเปลี่ยนแปลงที่มีนัยทางวิทยาศาสตร์
แม้นักวิจัยไม่พบความแตกต่างในการทำคะแนนวิชาคณิตศาสตร์ระหว่างสองกลุ่มในการทดสอบอีกชุด อย่างไรก็ตาม เด็กที่เคี้ยวหมากฝรั่งทำคะแนนสอบปลายภาคได้ดีกว่าเพื่อนในห้อง
การศึกษาอีกชิ้นที่ได้ทุนสนับสนุนจากริกลีย์พบว่า นักศึกษาในห้องวิจัยที่ได้รับมอบหมายภารกิจซับซ้อนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มีระดับฮอร์โมนความเครียดคอร์ติซอลลดลงเมื่อเคี้ยวหมากฝรั่ง ทั้งนี้ เทียบกับเพื่อนที่ไม่ได้เคี้ยวหมากฝรั่ง
ลาวิลล์คิดว่า การเคี้ยวหมากฝรั่งช่วยลดความเครียด ทำให้นักเรียนเรียนได้ดีขึ้น เขายังหวังว่าการค้นพบนี้จะทำให้โรงเรียนต่างๆ เลิกแบนหมากฝรั่ง โดยจัดการกับข้อวิตกกังวลด้วยการอบรมพฤติกรรมการทิ้งขยะของเด็กอย่างจริงจังมากขึ้น

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 เมษายน 2552 12:19 น.

วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2552

มาเพิ่มสมาธิอ่านหนังสือกันเถอะ

สมาธิสั้น’ โรคประจำตัวของใครหลาย ๆ คน ที่เมื่อกำเริบเมื่อไหร่ ต้องสร้างความหงุดหงิดใจให้เมื่อนั้น (และส่วนใหญ่มักมีอาการตอนหยิบจับหนังสือ!) แต่สังเกตหรือไม่บางครั้งกลับมีสมาธิมากกับบางเรื่อง นั่นเป็นเพราะใจเราจดจ่อในสิ่งตรงหน้าและจะดีแค่ไหนหากมีสมาธิแน่วแน่กับทุกเรื่อง 'เกร็ดน่ารู้ Edutainment Zone' มีวิธีเพิ่มสมาธิมาแนะนำ ลองทำกันดูจัดการสิ่งรบกวน หามุมสงบให้เวลากับตัวเองเพื่อสะสางงานต่าง ๆ หรือเมื่อต้องการอ่านหนังสือเตรียมสอบ เป็นการเลี่ยงสิ่งทำลายสมาธิชั่วครู่ เพราะความเงียบช่วยให้คิดได้เร็วและมีสมาธิสูง ระบายความคิดฟุ้งซ่าน ก่อนอ่านหนังสือหรือทำงาน ควรหยุดนึกถึงสิ่งอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง อาจจะระบายความกังวลให้พ่อแม่ เพื่อน หรืออาจเขียนไดอารี่ จะรู้สึกดีขึ้น สบายใจขึ้น ความฟุ้งซ่านจะลดลง ผ่อนคลายอย่างมีเทคนิค เมื่อนั่งอ่านหนังสือหรือทำงานสักพัก ควรผ่อนคลายโดยการลุกเดิน หาเครื่องดื่มอุ่น ๆ ทาน บริหารกล้ามเนื้อ หรือฟังเพลงสัก 5-10 นาที เพราะคนเราจะรวบรวบสมาธิได้ในเวลาจำกัด จากนั้นจะถึงจุดที่สมาธิลดลง จึงควรผ่อนคลายเพื่อไม่ให้สมองล้า กินเพิ่มสมาธิ ความตั้งใจอย่างเดียวคงไม่พอ การไม่ปล่อยให้ท้องว่างเป็นสิ่งสำคัญในการทำสมาธิ โดยเฉพาะมื้อเช้าควรทาน ร่างกายจะย่อยและค่อย ๆ ปล่อยพลังงานออกมา ทำให้ไม่หิวระหว่างมื้อ ช่วยลดความกังวล ให้ใจจดจ่ออยู่กับสิ่งตรงหน้า

หลักปฏิบัติง่าย ๆ ลองทำดู แล้วจะพบว่า สมาธิเกิดได้โดยไม่รู้ตัว!

ที่มา เดลินิวส์ ‘รัตติกาล’ rattikarnt@dailynews.co.th

ประโยชน์ของ ฝันกลางวัน

นักวิจัยชี้ปล่อยใจฝันกลางวัน ไขปัญหาได้เร็วกว่าเค้นสมอง
การฝันกลางวันอาจทำให้คนเราหาทางออกของปัญหาได้ดีกว่าการพยายามเค้นความคิด
เอเจนซี – การฝันกลางวันไม่ได้หมายความว่าคนๆ นั้นฟุ้งซ่านเลื่อนเปื้อนเหมือนที่ส่วนใหญ่คิดกัน แท้จริงแล้วขณะที่ความคิดล่องลอย สมองกลับทำงานหนักขึ้นเพื่อหาทางแก้ไขปัญหา
นักวิจัยสแกนสมองอาสาสมัครที่นอนอยู่ภายในเครื่อง MRI (อุปกรณ์สร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า) ซึ่งพบว่า ‘เครือข่ายเริ่มต้น’ ในสมองจะทำงานหนักขึ้นระหว่างการฝันกลางวัน
แต่ที่น่าประหลาดใจคือ ระหว่างช่วงเวลาเดียวกันนั้น สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อน หรือ ‘เครือข่ายขั้นสูง’ มีการทำงานอย่างหนักเช่นเดียวกัน
“คนมักคิดเองว่าคนที่ใจลอยฝันกลางวันมักเป็นพวกจิตว่าง แต่การศึกษาของเราได้ผลออกมาในทางตรงข้าม กล่าวคือระหว่างที่ดูเหมือนล่องลอยนั้น สมองยังคงทำงานและทำงานหนักขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ” คาลินา คริสทอฟฟ์ นักวิทยาศาสตร์ด้านระบบประสาท ซึ่งเป็นผู้ร่วมจัดทำรายงานชิ้นนี้ และเป็นผู้อำนวยการห้องวิจัยของมหาวิทยาลัยบริติช โคลัมเบียในแคนาดา กล่าว
ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารโปรซีดดิ้งส์ ออฟ เดอะ เนชันแนล อะคาเดมี ออฟ ไซนส์ เสนอแนะว่าการฝันกลางวันอาจเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีกว่าการขมักเขม้นเค้นความคิดเพื่อให้ได้คำตอบออกมาเดี๋ยวนั้น
“แม้มีวิธีคิดต่างไปจากคนที่สมองจดจ่อขณะทำภารกิจที่มุ่งเน้นเป้าหมาย แต่คนที่ปล่อยให้ตัวเองฝันกลางวันจะสามารถนำทรัพยากรในความคิดและในสมองออกมาใช้ได้มากกว่า” คริสทอฟฟ์ย้ำ
ปกติแล้วคนเราจะใช้เวลา 1 ใน 3 ที่ตื่นอยู่ฝันกลางวัน
“การฝันกลางวันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่กลับถูกวิทยาศาสตร์ละเลย”
การศึกษาของนักวิจัยแคนาดากลุ่มนี้เป็นการศึกษาครั้งแรกที่ใช้เครื่องเอ็มอาร์ไอมาศึกษากิจกรรมในสมองระหว่างสิ่งที่คริสทอฟฟ์เรียกว่า ‘การคิดตามสัญชาติญาณและประสบการณ์ส่วนตัว’

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2552

หนีอัลไซเมอร์กันเถอะ

พฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเราช่วยพาเราหนีอัลไซเมอร์ได้ด้วยนะคะ ขณะเดียวกัน บางพฤติกรรมก็พาเราเข้าใกล้อัลไซเมอร์มากขึ้น เรามาดูกันเถอะว่า พฤติกรรมใดบ้างที่ควรทำ ควรเลี่ยง เพื่อปกป้องสมองของเราให้ดีที่สุด
อ่านหนังสือป้องกันสมองเสื่อม ดูทีวีพร่ำเพรื่ออัลไซเมอร์ถามหา
แค่อ่านหนังสือ ฝึกปรืองานฝีมือหรืองานศิลป์ ช่วยชะลอปัญหาความจำเสื่อมเมื่อแก่ตัว
เดลิเมล์ – การอ่านนิตยสารและหนังสือพิมพ์ ช่วยปกป้องปัญหาความจำเสื่อมถอยในบั้นปลายชีวิต ขณะที่การนั่งๆ นอนๆ ดูทีวีให้ผลในทางตรงข้าม
นักวิจัยจากเมโย คลินิกในโรเชสเตอร์ สหรัฐฯ พบว่า คนที่อ่านหนังสือ หรือเกี่ยวข้องกับงานศิลปะหรืองานฝีมือ เล่นเกม และใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำ มีแนวโน้มน้อยลงที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับความจำเมื่ออายุมาก
ในทางกลับกัน คนที่ชอบดูทีวีมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเป็นโรคสมองเสื่อม
การศึกษาหลายฉบับก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกายและกำลังสมองช่วยชะลอการมาเยือนของโรคอัลไซเมอร์
สำหรับการศึกษาล่าสุด นักวิจัยจากเมโย คลินิก ทำการเปรียบเทียบรูปแบบการใช้ชีวิตของกลุ่มตัวอย่างเกือบ 200 คน ที่อายุระหว่าง 70-89 ปี และเริ่มมีปัญหาความจำ กับกลุ่มตัวอย่างอีกกลุ่มจำนวน 1,124 คนที่ไม่มีสัญญาณการเสื่อมถอยของสมอง
ทั้งสองกลุ่มต้องตอบคำถามเกี่ยวกับกิจกรรมในชีวิตประจำวันในปีก่อนหน้าและในช่วงวัยกลางคน
นักวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่อ่านหนังสือและนิตยสาร เล่นเกม ใช้คอมพิวเตอร์ หรือทำงานฝีมือในช่วงอายุ 50-60 ต้นๆ มีแนวโน้มเป็นโรคสมองเสื่อมในช่วงบั้นปลายชีวิตน้อยลง 40%
ส่วนคนที่ดูทีวีวันละไม่ถึง 7 ชั่วโมงมีปัญหาความจำน้อยกว่าคนที่ติดทีวีงอมแงมกว่านั้นครึ่งหนึ่ง
ดร.โจนาส เกดา ผู้นำการวิจัย นำเสนอต่อที่ประชุมอเมริกัน อะคาเดมี ออฟ นิวโรโลจีในซีแอตเติลเมื่อกลางสัปดาห์ว่า ภาวะสูงวัยไม่ใช่กระบวนการที่ไร้การตอบโต้ แต่การออกกำลังสมองเพียงพอแล้วที่จะปกป้องการสูญเสียความจำในอนาคต
อย่างไรก็ดี ดร.เกดายอมรับว่า การวิจัยนี้อิงกับความทรงจำในอดีตของกลุ่มตัวอย่างอย่างมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดข้อเคลือบแคลงได้ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องวิจัยเพิ่มเติมต่อไป
อนึ่ง ความสำคัญของกิจกรรมในสมองที่เกิดขึ้นสม่ำเสมอ ช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรม ‘ฝึกสมอง’ ให้เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
นอกจากเกมปริศนา อักษรไขว้ และโซโดกุแล้ว ยังมีเครื่องเล่มเกมมือถือ เช่น นินเทนโด ดีเอส ที่แข่งกันชิงเงินจากกระเป๋าผู้สูงวัย
กระนั้น เมื่อต้นเดือนมีการวิจัยชิ้นหนึ่งจากสหรัฐฯ ที่ระบุว่า เกมคอมพิวเตอร์ฝึกสมองอาจไม่ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม ซ้ำกลับทำร้ายผู้ชราจากการแย่งชิงเวลาที่ควรใช้ในการออกกำลังกาย
งานศึกษาดังกล่าวซึ่งตีพิมพ์อยู่ในวารสารอัลไซเมอร์ แอนด์ ดีเมนเทีย ไม่พบหลักฐานยืนยันว่าการออกกำลังสมองด้วยเครื่องเล่นเกมคอมพิวเตอร์ชะลอการเปลี่ยนแปลงในสมองที่มาพร้อมภาวะสูงวัยแต่อย่างใด

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์ 21 กุมภาพันธ์ 2552 14:48 น.

 

Desenvolvido por EMPORIUM DIGITAL