แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จิตวิทยาความรัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จิตวิทยาความรัก แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2552

สูตรคำนวณ เลือกคนรัก!

นักวิจัยเผยสูตรคณิตศาสตร์ซับซ้อน ย้ำเตือนสาวอย่าปล่อยตัวแต่เดตแรก
สูตรคณิตศาสตร์ชี้ว่าคู่ ‘ที่ดี’ เต็มใจที่จะดูใจกันนานๆ ก่อนมีสัมพันธ์แนบแน่น
เดลิเมล์ – นักวิจัยเผยสูตรคณิตศาสตร์ตอกย้ำคำสอนของคนที่ผ่านโลกมาก่อน ไม่ให้หญิงชายใจเร็วด่วนได้ปล่อยตัวปล่อยใจกันตั้งแต่เดตแรก นักวิจัยอังกฤษใช้สูตรคณิตศาสตร์อันซับซ้อนแสดงให้เห็นถึงระยะเวลาในการเกี้ยวพาราสีที่ช่วยให้ผู้หญิงกรองว่าที่คู่ครองที่ไม่สามารถพึ่งพิงได้ออกไป
ศาสตราจารย์โรเบิร์ต ซีมัวร์ จากยูนิเวอร์ซิตี้ คอลเลจ ลอนดอน ใช้ทฤษฎีเกมซึ่งเป็นคณิตศาสตร์สาขาหนึ่งมาค้นหากระบวนการในการเดตระหว่างชายกับหญิง ผลลัพธ์ที่ได้สะท้อนคำแนะนำของผู้หญิงจากรุ่นสู่รุ่น จากป้าขี้บ่น พี่สาวคนโต และเพื่อนสนิท
โมเดลของซีมัวร์อิงกับความคิดที่ว่าผู้หญิงเป็นฝ่ายเสียเปรียบที่สุดจากความสัมพันธ์ใหม่ เนื่องจากความสัมพันธ์นั้นอาจจบลงตรงที่การมีลูกกับผู้ชายที่ไม่คู่ควร หรือกระทั่งผู้ชายที่ไข่ทิ้งไว้
งานวิจัยสรุปว่า การเกี้ยวพาราสีเป็นการต่อสู้ระหว่างเพศ โดยที่ทั้งสองฝ่ายมีจุดยืนที่ประนีประนอมกันในการพัฒนาความสัมพันธ์ที่จะนำไปสู่สัมพันธ์ลึกซึ้ง

“การเกี้ยวพาราสีในสัตว์หลายสายพันธุ์กินระยะเวลานาน ตัวอย่างเช่น การเกี้ยวพาของมนุษย์อาจเกี่ยวข้องกับการดินเนอร์ ดูหนัง ออกไปเที่ยวเล่นที่นานเป็นเดือนหรืออาจเป็นปี”
“ฝ่ายหนึ่ง ซึ่งมักเป็นผู้ชาย มักรับผิดชอบต้นทุนทางการเงินส่วนใหญ่ แต่สำหรับคนทั้งสองเพศ ต้นทุนเวลาที่ทั้งคู่ใช้ร่วมกันกับกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ มีความสำคัญมาก ถ้าเช่นนั้นทำไมคนเราหรือสัตว์อื่นๆ จึงต้องเร่งรัดกระบวนการนี้เพื่อลดต้นทุน?”

“คำตอบอาจเป็นการที่การเกี้ยวพาที่ใช้เวลานานเป็นวิธีการหนึ่งที่จะทำให้ผู้หญิงได้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ชายที่ทำความรู้จักกันอยู่”

“การชะลอการมีเซ็กซ์จะทำให้ผู้หญิงลดโอกาสที่จะเลือกคู่ผิด”
โมเดลนี้ศึกษาการเกี้ยวพาราสีระหว่างชายกับหญิงในสังคมที่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันการคุมกำเนิด โดยที่การเกี้ยวพาจบลงที่ผู้ชายหรือผู้หญิงยุติความสัมพันธ์ หรือหญิงสาวรับรักชายหนุ่ม
การศึกษานี้ยังอยู่บนสมมติฐานว่าผู้ชายมีเพียงสองประเภทคือ ดีกับเลว ตามความยินดีที่จะเป็นพ่อที่ดี กับผู้ชายที่หวังผลในการล่วงเกินผู้หญิง และได้ข้อสรุปว่าผู้ชายที่ดีเต็มใจที่จะรอดูใจกันนานๆ ก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์
โมเดลนี้ศึกษาการเกี้ยวพาราสีในหลายรูปแบบเพื่อค้นหาวิธีที่เหมาะสมที่สุดทั้งสำหรับชายและหญิง
นักวิจัยพบว่า เนื่องจากผู้ชายเลวมีแนวโน้มสูงที่จะออกจากเกมการเกี้ยวพาอย่างรวดเร็ว ผู้หญิงจึงมีโอกาสมากขึ้นที่จะเลือกคู่ที่เหมาะสมด้วยการยับยั้งชั่งใจไม่ด่วนชิงสุกก่อนห่าม
“ผู้ชายที่เต็มใจที่จะใช้เวลานานๆ เพื่อวางรากฐานความสัมพันธ์กับผู้หญิง เป็นการส่งสัญญาณของการเป็นคู่ที่ดี การปลูกต้นรักที่ใช้เวลานานคือราคาที่ต้องจ่ายสำหรับโอกาสที่มากขึ้นในการจับคู่ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะเป็นการจับคู่ที่ลงตัวและดีกับทั้งสองฝ่าย”
“นี่อาจช่วยอธิบายความเชื่อที่มีมายาวนานว่าผู้หญิงไม่ควรรีบร้อนมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายตั้งแต่นัดเจอกันครั้งแรก”
อย่างไรก็ตาม โมเดลนี้ไม่ใคร่ได้ผลนักในสังคมที่อุปกรณ์คุมกำเนิดช่วยขจัดความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ และสังคมที่ผู้คนเพิกเฉยต่อความกดดันจากเพื่อนและสังคมที่มีต่อผู้ชายและผู้หญิง
กระนั้น ศาสตราจารย์ซีมัวร์เชื่อว่า โมเดลนี้ช่วยอธิบายว่าการเกี้ยวพาทำความรู้จักที่ใช้เวลานานๆ ของมนุษย์อาจวิวัฒนาการขึ้นในสังคมก่อนประวัติศาสตร์เมื่อนับหมื่นปีที่แล้วอย่างไร
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์ 22 มกราคม 2552 09:55 น

รอยร้าวของรักแรก

แนะลบรอยความหลังรักครั้งแรก หากไม่อยากแบกทุกข์ตลอดชีวิต เดลิเมล์ – คนชอบพูดกันว่าน้อยคนนักที่จะลืมรักครั้งแรกได้ แต่งานวิจัยล่าสุดแนะนำให้ลบภาพความทรงจำแสนหวานนั้นเสีย ถ้าไม่อยากให้ความรักความหลังครั้งเก่าก่อนบั่นทอนความสุขไปตลอดชีวิต
นักสังคมวิทยาพบว่าความสุขของความรักสมัยเด็กๆ อาจกลายเป็นมาตรฐานที่เกินจริงที่ถูกนำไปตัดสินความสัมพันธ์ในอนาคต
รายงานการวิจัยระบุว่าวิธีการที่ดีที่สุดในการสร้างหลักประกันความสุขระยะยาวในความสัมพันธ์คือ อย่าไปยึดติดกับความรู้สึกรักหัวปักหัวปำจากรักแรก
ผู้ที่มีมุมมองที่ยึดหลักความเป็นจริงเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองต้องการจากความสัมพันธ์มากกว่าจะพยายามปลุกความเสน่หารุนแรงแบบที่เคยมีร่วมกับคนรักเก่า มีแนวโน้มสมหวังในสัมพันธภาพระยะยาว
ข้อกล่าวอ้างนี้อยู่ในเอกสารงานวิจัยที่ชื่อว่า ‘เชนจิ้ง รีเลชันชิปส์’ ซึ่งเรียบเรียงแก้ไขโดยดร.มัลคอล์ม ไบรนิน จากสถาบันวิจัยสังคมและเศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยเอสเส็กซ์ อังกฤษ
“ดูเหมือนว่าความลับของความสุขที่ยั่งยืนในความสัมพันธ์จะเป็นการข้ามผ่านความรักครั้งแรก ในโลกอุดมคติ คุณอาจตื่นขึ้นมาในความสัมพันธ์ครั้งที่สอง หากคุณยังห่วงหาอาวรณ์ความรักครั้งแรก และปล่อยให้ความรู้สึกนั้นมาเป็นมาตรฐานในใจ คุณจะรู้สึกว่าว่าที่คนรักในวัยผู้ใหญ่ของคุณน่าเบื่อและน่าผิดหวังอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
“ปัญหาจะเกิดขึ้นหากคุณพยายามไม่เพียงแค่เพื่อให้ได้ทุกสิ่งที่ต้องการจากความสัมพันธ์ในวัยผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ยังยึดติดกับความตื่นเต้นและความจริงจังที่เคยมีมาในประสบการณ์รักแรก

จอห์นนี เด็ป รักแรกที่ยากลืมเลือนของเคต มอสส์

“ทางออกชัดเจนมาก หากคุณสามารถปกป้องตัวเองจากความปรารถนารุนแรงในรักครั้งแรกได้ คุณจะมีความสุขในความสัมพันธ์ครั้งต่อๆ ไปมากขึ้น” ดร.ไบรนินอธิบาย

เคต มอสส์ น่าจะเก็บถ้อยคำเหล่านี้ไปตรึกตรองดูบ้าง ซูเปอร์โมเดลผู้นี้พบกับจอห์นนี เด็ปป์ ตอนที่เธออายุเพียง 21 ปี ทั้งคู่รักกันนานสี่ปี

หลายปีต่อจากนั้น เมื่อถามถึงผู้ชายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มอสส์ตอบว่า “ฉันยังไม่เจอใครที่อยากอยู่ด้วยนานๆ ฉันไม่คิดว่าฉันตัดเยื่อไม่เหลือใยจากจอห์นนี เดปได้แล้ว”

รายงานฉบับนี้เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขรมในหมู่นักวิชาการ

ศาสตราจารย์เฮเลน ฟิชเชอร์ นักมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยรัตเจอร์ในนิวเจอร์ซี สหรัฐฯ ชี้ว่าการแสวงหาอารมณ์ความรู้สึกรุนแรงเมื่อแรกรักช่วยให้ความสัมพันธ์อยู่รอด
ฟิชเชอร์ใช้เครื่องสแกน MRI สังเกตพฤติกรรมในสมองและพบว่ากิจกรรมในสมองของผู้ที่มีความสุขกับชีวิตแต่งงานในช่วงเวลากว่าสองทศวรรษ กับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นความสัมพันธ์ได้ไม่ถึงครึ่งปีมีความคล้ายคลึงกัน
“ฉันพบหลักฐานทางชีวภาพและกายภาพที่ไม่อาจคัดค้านได้ว่า ความรักโรแมนติกสามารถยืนยงคงกระพัน รายงานของฟิชเชอร์ยังมุ่งเน้นการตรวจสอบว่า เหตุใดคนเราจึงเลือกคู่ครองที่มีภูมิหลังทางสังคมคล้ายกัน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 มกราคม 2552 17:42 น.

...

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2552

ผู้ชายหนีสาวแบบไหน

พฤติกรรมสาวที่หนุ่มไม่ชอบ

วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีพฤติกรรมสาวที่ชอบทำแล้วหนุ่มไม่ชอบมาบอก...

- โทรจิกได้ทุกทีที่ผมอยู่คนเดียว ประมาณว่าถ้าแยกจากกันเมื่อไหร่เป็นต้องโทรมาถามว่าอยู่ที่ไหน ทำอะไร อยู่กับใคร ทำอะไรที่ไหน หนักหน่อยก็อาจจะมีถึงขั้นให้คนรอบข้างมายืนยัน

- เลิกซะทีกับคำตอบ “แล้วแต่ค่ะ” เพราะว่าเป็นกลางเกินไป การที่คุณอยากจะเอาใจเขาด้วยการยอมตามเขาทุกอย่างก็ไม่ใช่เรื่อง เพราะบางครั้งเขาก็ไม่ได้อยากรู้สึกเหมือนคุยกับหุ่นยนต์ ทางที่ดีถามอะไรก็ออกความคิดเห็นบ้างก็ดี

- บ้าช้อปไม่ลืมหูลืมตา ไม่ว่ามีของขายที่ไหนก็ขอให้คุณได้ไปกับเขา แถมยังเป็นพวกความสามารถพิเศษช้อปได้ตั้ง 10 โมงเช้ายัน 3 ทุ่มครึ่งคุณก็ไม่หวั่น อันนี้หนุ่ม ๆ เขารับไม่ค่อยจะได้

- อย่าคาดหวังกับเรื่องโรแมนติกให้มากจนเกินไป จริงอยู่ที่ว่าผู้ชายบางคนก็แสนจะโรแมนติกรู้จักเอาใจผู้หญิงของเขาด้วยวิธีการแสนน่ารักต่าง ๆ นานา แต่ก็แค่บางคนเท่านั้น ไม่ใช่ว่าผู้ชายจะเป็นเหมือนกันหมดซะเมื่อไหร่ ดังนั้นสาว ๆ อย่าคาดหวังให้เขาโรแมนติกเกินไปนัก เพราะพวกเขาคิดว่าถ้ามาจากใจของเขาจะดีกว่าที่เขาต้องทำเพราะคุณอยากให้เขาทำ

- ขี้บ่นได้ทุกเรื่อง ยิ่งบ่นตอนที่นั่งอยู่บนรถด้วยกันหนุ่ม ๆ ยิ่งเซ็งไปกันใหญ่ เพราะเวลาขับรถเขาเองก็ต้องการสมาธิเหมือนกัน แค่ขับรถอย่างเดียวก็แทบจะไม่ไหวแล้ว ยังจะต้องให้เขามานั่งทนฟังคุณบ่นด้วยหรือ

- คนล้มอย่าข้าม เขาทำผิดก็อย่าซ้ำเติมกันเลย จริงอยู่ที่ว่าผู้ชายเป็นประเภทเชื่อมั่นในความคิดตัวเองสูง บางครั้งการที่เขาจะทำอะไรสักอย่าง เขาจึงเดินหน้าอย่างไม่มีถอยแม้ว่าคุณจะเคยเตือนเขาแล้วก็ตาม แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เขาพลาดแล้วคุณยิ่งไปซ้ำเติมเขาว่า บอกแล้วไม่เชื่อ เป็นไงได้เรื่องเลย หรืออะไรประมาณนี้ แม้ว่าอาจจะดูไม่แรงสำหรับคุณ แต่สำหรับคนในอารมณ์นั้น ก็แรงเอาเรื่องอยู่

สาว ๆ คนไหนอ่านแล้ว ก็พยายามลดพฤติกรรมที่กล่าวมา ก่อนที่หนุ่ม ๆ จะหันหน้าหนีไปซะก่อน

ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์ วันที่ 28 มกราคม 2552 เวลา 00:00 น.

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2552

สัญญาณบอกอาการมีกิ๊ก

ใช่มะ ว่า "การนอกใจ" เป็นปัญหาสุดฮอตฮิตของคู่เลิฟ ที่ลองเอาไปถาม "คนมีแฟน" เมื่อไหร่ละก็ ส่วนใหญ่ไม่มีใครอยากให้แฟนตัวเองนอกใจไปมีกิ๊กมีก๊อกทั้งนั้นแหละว้า เพราะขืนรู้ขึ้นมาสิว่า แฟนปันใจไปให้คนอื่นคนไกล (หรือที่จริงใกล้ตัวเค้า) ละก็

นอกจากอีกฝ่ายจะเจ็บกระดองใจจนสุดเฮิร์ตและขาดความมั่นใจชนิดเกือบกู่ไม่กลับแล้ว ดีไม่ดีไอ้เรานี่แหละกลับต้องมานั่งใคร่ครวญเหมือนคนฟุ้งซ่าน ว่าตัวเองไม่ดีตรงไหนฟะ เค้าถึงใจจืดใจดำไปมีคนอื่นได้ลงคอ แถมยังอยากตีตัวออกห่างแฟน (ตัวจริง) เพื่อไปอี๋อ๋อออเซาะกะคนอื่นเป็นงั้นไป

โอ๊ย...คนเจ้าชู้หลายใจก็มักทำให้คู่รักเฮิร์ต (เจ็บปวด) แบบนี้แหละ แทนที่เค้าอยากจะสำเริงสำราญกับแฟนก็ไม่หรอก อยากไปลิงโลดกับกิ๊กคนที่เท่าไหร่ก็ม่ายรุของมันมากฝ่า

คำถามคือ หากใครมีแฟนแล้ว แล้วคุณกล้าบอกแฟนตามตรงรึเปล่าว่านอกใจไปมีคนอื่นน่ะ? เอ้า ลองไปถามตัวแทนของฝ่ายหญิงก่อนละกัน น้องตุ้ม วัย 20 เศษ ยืนยันว่ายังไม่เคยนอกใจแฟนนะ แต่ถ้าหากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นกับตัวละก็ "เรื่องไรจะบอกเค้าล่ะเพ่ แต่น้องว่านะ ถ้าตัวเองจะนอกใจเค้าละก็ แสดงว่าเค้าต้องทำกะหนูก่อนแหง"....โอ๋ โอ๋ อย่าเพิ่งใจแป้วตูมตามไปก่อนสิจ๊ะ

ส่วนน้องบุ๋ม วัย 31 ปี พูดไว้น่าคิดแฮะว่า เรื่องเจ้าชู้หรือนอกใจน่ะเหรอ ส่วนใหญ่ฝ่ายหญิงไม่ค่อยเป็นกันหรอก "จะทำงั้นทำไมล่ะ ถ้าแฟนเค้าเอาใจใส่เราดีอยู่แล้ว ไม่มีใครอยากหาเรื่องใส่ตัว เชื่อดิ่" เออ...น่านน่ะสิ ถ้าแฟนรักเราจริงและยังดีกะเราอยู่ แล้วจะนอกใจไปหาอะไรเนอะ


งั้นให้ฝ่ายชายพูดมั่ง คุณเอ ท่าทางเป็นหนุ่มทันสมัย วัย 26 ยอมรับว่า การนอกใจแฟนน่ะเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอย่างนึง ที่ใครๆก็สามารถเผลอใจได้ "แต่ถ้าหากจะให้บอกแฟนตามตรงว่า ผมนอกใจเธอ คงไม่ทำงั้นหรอก ของแบบนี้ใครจะบอกกันตรงฮ่ะ ยกเว้นพวกอยากเลิกกันให้รู้แล้วรู้รอดกันไปเลยนั่นแหละ ถึงกล้าล่ะ" น่านน่ะสิ ขืนกล้าพูดก็แสดงว่ากล้าเลิกกันแหงๆ

ด้านคุณอาร์ม วัย 30 เศษ ตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าผู้ชายนอกใจ ส่วนใหญ่แฟนสาวจะมีเซนส์ (ความรู้สึก) รับรู้ได้เองแหละว่าเค้ากำลังมีคนอื่น "ไม่ต้องให้บอกร้อก รับรองหล่อนรู้แน่ เพียงแต่จะ พูดว่า เธอรู้รึเปล่าเท่านั้น" แหม...เรื่องคอขาดบาดตายหยั่งงี้ถ้าเซนส์และลางสังหรณ์ไม่ดีก็แย่อ่ะดี้

ดังนั้น สัปดาห์นี้จึงอยากตั้งข้อสังเกตเท่านั้นแหละว่า มีสัญญาณอะไรบ้างน้อที่บอกได้ว่าแฟนคุณกำลังมีกิ๊ก เช่น...

1. เบื่อหน่ายและไม่อยากคุยกับแฟนตัวจริง เป็นสัญญาณ อ.ต.ร.อันตรายอย่างนึงนะถ้าเค้ายังแสดงอากัปอาการว่าสนใจแฟนมากๆละก็ เค้าต้องอยากคุย, อยากใกล้ชิด และอยากหนุงหนิงกะแฟนซี ไม่ใช่เห็นหน้าแฟนแล้วเซ็ง หนำซ้ำยังทำหน้าทำตาคล้ายไม่อยากเข้าใกล้ ไม่อยากพูดจาฉอเลาะต่อกระซิกด้วยเหมือนเก่า แล้วหันไปคุยกับเพื่อนอย่างเมามันแทน แถมถ้าทุกเย็น เค้าก็เอาแหละ อ้างว่ามีนัดสังสรรค์กะเพื่อนจึงไม่ค่อยกลับไปทานข้าวที่บ้าน เอ๊ะ...อย่างนี้ก็น่าสงสัยใช่มะ ว่าที่แท้แอบไปดู๋ดี๋จู๋จี๋กะกิ๊กซะละมั้ง

2. นัดกะแฟนแล้วชอบผิดนัดประจำก็คนเค้าไม่อยากสนใจไยดีกันแล้วนี่ แล้วจะให้เค้าจำเรื่องนัดเนิดกะแฟนไปทำมั้ย ฟังแล้วไม่เห็นซู่ซ่าเหมือนนัดกะกิ๊กเลย โห...เวลานัดกะแฟนตัวจริงน่ะทำเป็นอัลไซเมอร์ แต่พอนัดกะกิ๊กแล้ว โอ๊ย...โคตรกระตือรือร้นไปตามนัดเลย แถมยังไปตรงต่อเวลาซะด้วยดิ่ อย่างว่า แฟนมันเก่าเหลาเหย่ แต่กิ๊กยังเอ๊าะแถมหน้าใสไร้ริ้วรอยมาตอแย งี้ยังให้ฟันธงอีกเรอะ ว่าเค้าอยากเจอใครมากกว่ากัน...เชอะ เมื่อไหร่โดนกิ๊กทิ้งแล้วจะรู้สึ้ก!

3. อยู่กะแฟนก็เหมือนต่างคนต่างอยู่ แล้วอ้างว่างานยุ่งหรืองานเยอะ จึงทำท่าสะดิ้งตีตัวออกห่าง สุดท้ายก็ห่างเหินกัน เค้าไปทาง แฟนก็ไปอีกทาง แต่ทางที่เค้าไปน่ะมีกิ๊กรอออเซาะเค้าอยู่น่ะซี อย่างว่า ในเมื่อเขามีคนอื่นซุกไว้ ใจก็ลอยไปหาทางโน้นแหละ จะให้มาคลุกอยู่กะแฟนได้ไง ในเมื่อใจยังไม่อยากอยู่เล้ย

4. เค้าไม่ยอมรับโทรศัพท์ใกล้ๆแฟนตัวจริงเด็ดขาดเพราะเกรงว่าแฟนจะได้ยินคำสนทนาที่หยอดคำหวาน และหยอดคำอ้อนระหว่างเค้ากับกิ๊กน่ะสิ ตรงข้ามถ้าเผื่อเป็นโทรศัพท์ของที่ทำงานโทร.มาสอบ ถามอะไรเค้าสักอย่างดิ่ นั่นแหละถึงเป็นข้อยกเว้นที่เค้าจะคว้าโทรศัพท์แล้วเดินมาคุยโขมงโฉงเฉงข้างๆแฟนเลยเชียวล่ะ...อ่ะ ทำไมต้องเป็นงี้เรอะ ก็เค้าอยากโชว์แฟนให้รู้ไงว่า เป็นคนมุ่งแต่งาน แหม...พองานเข้าล่ะอยากโชว์ แต่หากกิ๊กโทร.มาเมื่อไหร่ ถ้าอยู่กะแฟนก็จะทำเป็นไม่รับซะงั้น

5. โกหกได้สารพัดเพื่อหลบเลี่ยงไปหากิ๊กบางทีอาการขี้จุ๊ ตอนแรกก็ไม่เนียนหรอก แต่พอทำบ่อยๆ บวกกับแฟนก็ดันใสซื่ออีกต่างหาก จึงคิดไม่ถึงนี่หว่า ว่าเค้าจะโกหกได้หน้าด้านๆ ด้วยการชักแม่น้ำทั้งห้าหนีไปกกกิ๊กสบายแฮ ดังนั้น พอโกหกแฟนได้ครั้งนึง เชื่อดิ่ เดี๋ยวเค้าจะยิ่งติดใจมุสาวาจาอีกแหงๆ ถ้าตราบใดแฟนจับไม่ได้ไล่ไม่ทันซะอย่าง ทีนี้ล่ะ วันหยุดนักขัตฤกษ์ก็อย่าหวังว่าเค้าจะอยู่บ้านเป็นแฟมิลี่แมนนะยะ

6. พวกชอบนอกใจอาจหันมาใช้กลยุทธ์หันมาทำดีกะแฟนก็มีเพื่อให้แฟนตายใจไว้ก่อน ว่าใจเค้าไม่เคยลดเลี้ยวเคี้ยวคด จึงพยายามเอาอกเอาใจแฟนแบบขอไปที แต่ความจริงน่ะอยากไปซบกิ๊กมากกว่ากอดอีแก่ที่บ้านซะอีก เฮ่อ

นี่ละฮ้า....พวกไม่ซื่อสัตย์กะแฟนก็เป็นงี้แหละ

ที่มา เมอร์ลิน ไทยรัฐออนไลน์

วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2552

อกหัก เจ็บกว่า กระดูกหัก

อกหักเจ็บหนักกว่ากระดูกหัก นักจิตวิทยาพบ เจ็บช้ำฝังลึกอยู่นาน
นักจิตวิทยาพบว่า คำกล่าวที่ว่า “อกหักไม่ยักตาย” ความจริงอาจจะเบาเกินไป เพราะอกหักเจ็บช้ำฝังลึกยิ่งกว่าบาดเจ็บเพราะกระดูกหักมากกว่ากันนัก

วารสารทางวิชาการ “จิตวิทยา” ของอเมริกา รายงานว่าคณะนักจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเปอร์ดิว ที่รัฐอินเดียนา ได้พบในการศึกษาว่า “ในขณะที่แผลใจและแผลกายต่างก็สร้างความเจ็บปวดได้มาก เมื่อเกิดสดๆได้พอๆกัน แต่แผลใจยังจะกลับมาปวดร้าวขึ้นอีกได้หนแล้วหนเล่า ขณะที่แผลกายจะเจ็บปวดอยู่จนกว่าจะหายดีแล้วเท่านั้น”

นักจิตวิทยาได้ศึกษา โดยการเกณฑ์ผู้ที่มาเป็นอาสาสมัคร ให้เขาเขียนระบายประสบการณ์ ความรู้สึกเจ็บปวดในชีวิตให้ฟังโดยละเอียดว่า มันเกิดขึ้นอย่างไร และรู้สึกเจ็บช้ำอย่างไร

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ [1 ก.ย. 51 - 00:31]

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2552

รักแรก ทำไม ฝังใจ

อานุภาพรักแรกฝังใจชั่วชีวิต สมองขับสารโดปามีนผูกมัดไว้หนุ่มสาวทั่วไปมักจะเห็นว่าในชีวิตขอให้ได้พบรัก ถึงจะยืดเยื้อหรือไม่ ก็ยังดีกว่าไม่ได้ประสบเลย หากแต่ทำไมมันถึงยากที่จะลืมเลือนมันลงได้ บัดนี้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าพอที่จะรู้สาเหตุแล้ว

นักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยรัฐฟลอริดาแห่งสหรัฐฯ ได้ศึกษาเรื่องนี้ โดยศึกษาจากสมองและพฤติกรรมของหนูนาตัวผู้ ซึ่งเป็นตัวอย่างของการมีรักเดียวใจเดียว เพราะเมื่อมันผสมกับตัวเมียตัวไหนเข้าแล้ว มันก็จะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต ไม่สนใจตัวเมียตัวอื่นอีกเลย แถมยังทำดุเสียด้วยซ้ำ

พวกเขาได้พบว่าเมื่อตัวผู้มีคู่ สมองมันจะหลั่งสารโดปามีน อันเป็นสารสื่อประสาทชนิดหนึ่ง ที่เป็นสารของความเกษมสุขออกมาเป็นอันมาก นักวิจัยแบรนดอน อราโกนา หัวหน้านักวิจัย ได้แสดงให้เห็นว่าสารนั้นเท่ากับเป็นยาเสน่ห์ ด้วยการเอาไปฉีดให้สมองของหนูนาตัวผู้ ที่ยังไม่เคยผสมกับตัวเมียเลย มันก็จะเปลี่ยนนิสัยไปทันที กลับคลุกคลีแต่กับตัวเมียที่เลือกให้ และเลิกสนใจตัวเมียตัวอื่นเหมือนแต่ก่อนเลย

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ปีที่ 56 ฉบับที่ 1749312/13/2005

 

Desenvolvido por EMPORIUM DIGITAL