วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2552

สีอะไร ช่วยความจำ สีอะไร กระตุ้นต่อมสร้างสรรค์??

ทายซิว่า

สีอะไรช่วยความจำ

สีอะไรช่วยกระตุ้นต่อมจินตนาการ

สีขาว? สีม่วง? สีฟ้า? สีเขียว? สีเหลือง? สีส้ม? สีแดง? สีเทา? สีดำ? สีชมพู? สีน้ำตาล? สีน้ำเงิน? ???

ลองนึกๆดูว่าเวลาเราอยู่ในสภาพแวดล้อมสีไหนแล้วเราจะรู้สึกแบบไหน

ลองใช้ความคิดทายกันก่อนนะคะ แล้วค่อยเลื่อนไปอ่าน

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สีฟ้ากระตุ้นจินตนาการ-กล้าเสี่ยง สีแดงดึงดูดสนใจทุกรายละเอียด

การใช้เฟอร์นิเจอร์สีฟ้าช่วยโน้มนำความคิดสร้างสรรค์และความกล้าเสี่ยง

เอเจนซีส์ – การได้อยู่ท่ามกลางสีฟ้าช่วยกระตุ้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ทำให้คนเรากล้าเสี่ยงมากขึ้น ขณะที่สีแดงดึงดูดความสนใจให้มุ่งมั่นในรายละเอียด
นานมาแล้วที่สีฟ้าถูกนำไปเชื่อมโยงกับความรู้สึกสงบเยือกเย็น แต่งานวิจัยล่าสุดจากแคนาดาระบุถึงคุณประโยชน์ใหม่ที่เฟอร์นิเจอร์หรือผนังสีนี้นำมาให้ หลังพบว่าอาสาสมัครที่ทำการทดสอบหลายอย่างมีความคิดสร้างสรรค์และกล้าเสี่ยงมากขึ้น

ในทางกลับกัน สีแดงทำให้อาสาสมัครมีสมาธิและสนใจในรายละเอียดมากขึ้น บ่งชี้ว่าสีนี้อาจช่วยในการซึมซับข้อมูลที่ซับซ้อนหรือการอ่านหนังสือเตรียมสอบ
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบริติช โคลัมเบีย แคนาดากล่าวว่าการค้นพบนี้อาจมีนัยต่อทุกอย่างตั้งแต่สีของคำเตือนบนฉลากยา การออกแบบสำนักงาน ห้องเรียนและป้ายจราจร
ผลศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารไซนส์ พิจารณาจากผลลัพธ์จากสีแดงและสีฟ้าที่มีต่ออาสาสมัครที่ทำแบบทดสอบที่ต้องใช้ความคิด 6 ชุด เช่น การสร้างวลีใหม่จากพยัญชนะที่จัดให้ การจดจำคำต่างๆ และการออกแบบของเล่นสำหรับเด็ก
หลังการทดสอบ นักวิจัยพบว่าสีแดงที่มักถูกนำไปเชื่อมโยงกับอันตราย คำเตือนและข้อผิดพลาด ทำให้อาสาสมัครตื่นตัวและระวังความเสี่ยงมากขึ้น
ในทางตรงข้าม สีฟ้าที่เชื่อมโยงกับความกว้างไกลและความรู้สึกสงบสุข ทำให้อาสาสมัครกล้าเสี่ยงมากขึ้น
การทดสอบหลายชุดทำในเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยที่อาสาสมัคร 161 คนแก้โจทย์ต่างๆ บนแบ็คกราวด์หน้าจอสีฟ้า แดง และสีขาวสำหรับกลุ่มควบคุม

ในการทดสอบหนึ่ง อาสาสมัคร 42 คนได้รับกระดาษที่มีภาพวาดชิ้นส่วนต่างๆ 20 ชิ้น และได้รับโจทย์ให้เลือกชิ้นส่วน 5 ชิ้นมาออกแบบของเล่นเด็ก

“การออกแบบของเล่นในสภาพแวดล้อมสีแดง ได้ของเล่นที่สามารถนำไปเล่นได้จริงและมีความเหมาะสมมากกว่าของเล่นที่ออกแบบในสภาพแวดล้อมสีฟ้า แต่มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์และแปลกใหม่น้อยกว่าของเล่นที่เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมสีฟ้า” ดร.จูเลียต จู ผู้สอนวิชาการตลาดของมหาวิทยาลัยบริติช โคลัมเบีย และผู้นำการวิจัยอธิบาย
นักวิจัยเชื่อว่า ปฏิกิริยาตอบสนองต่อสีไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ แต่เป็นเพราะคนเราเรียนรู้จากชีวิตประจำวันในการเชื่อมโยงสีบางสีกับสถานะอารมณ์ต่างๆ และผลลัพธ์นี้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละวัฒนธรรม

“ผลวิจัยบ่งชี้ว่า สีต่างๆ อาจมีประโยชน์ต่างกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะของงาน หากเป็นงานที่ต้องการความสนใจและสมาธิ ตัวอย่างเช่นการจดจำข้อมูลสำคัญหรือการทำความเข้าใจผลข้างเคียงของยาใหม่ สีแดงอาจเหมาะสมที่สุด เนื่องจากเรามักเชื่อมโยงสีแดงกับป้ายจราจร รถพยาบาล และอันตราย จึงมีปฏิกิริยาต่อสีแดงในรูปของกลไกการหลีกเลี่ยงและระมัดระวัง

“อย่างไรก็ตาม หากงานต้องการความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ เช่น การออกแบบร้านขายงานศิลป์ หรือการประชุมระดมสมองสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ สีฟ้าจะมีประโยชน์มากกว่า เพราะสีนี้ถูกนำไปเชื่อมโยงกับทะเล ท้องฟ้า อิสระเสรี ความสงบสุข ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่ชักชวนการสำรวจพฤติกรรมและส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์” รายงานการวิจัยระบุ
ผู้ออกแบบตกแต่งภายในมักใช้สีกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ต่างๆ ตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลมักทาสีที่ให้ความรู้สึกเยือกเย็นสงบ เช่น สีฟ้าและสีเขียว ขณะที่ร้านฟาสต์ฟูดใช้สีแดงเพื่อกระตุ้นความอยากอาหาร
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์ 10 กุมภาพันธ์ 2552 18:09 น.

เลือกหมอน ให้นอนหลับฝันดี

เลือกหมอนให้ นอนหลับฝันดีแต่เรื่องที่จะนอนให้หลับฝันดีได้ มันก็ต้องมีองค์ประกอบหลายส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องกัน หนึ่งในนั้นก็คือต้องรู้จักเลือกหมอนดีๆ มาหนุนศีรษะด้วยเรื่องของหมอนหนุนนอนนั้นต้องถือได้ว่าเป็นของส่วนตัวอีกชิ้นหนึ่ง ที่เรามักจะพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันน้อยมาก บ้างก็มองข้ามความสำคัญไปซะงั้น แต่ความจริงแล้วก่อนจะเลือกซื้อหมอนก็มีเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญนำมาพิจารณาอยู่สัก 4 หัวข้อด้วยกันคือ

ข้อแรกต้องรู้กันก่อนว่าตัวเรา เป็นโรคภูมิแพ้อะไรบ้างหรือเปล่า อย่างบางคนแพ้ปุยนุ่น หรือละอองขนเป็ดขนไก่ที่ใช้เป็นวัสดุไส้ในของหมอน ก็ต้องหลีกเลี่ยงวัสดุที่เราแพ้เหล่านั้น ไปใช้อย่างอื่นแทน อาจจะเป็นโฟม โพลีเอสเตอร์ หรือวัสดุธรรมชาติอย่างอื่น เป็นต้น

ข้อสองเป็น เรื่องของขนาด แต่ละคนก็ชอบขนาดหมอนที่เล็กใหญ่แตกต่างกันไป บางคนก็ชอบมีหมอนกองเต็มเตียง แต่พอเอาเข้าจริงตอนนอนก็ใช้หมอนแค่หนึ่งหรือสองใบแค่นั้นเอง

ถัดมาต้องดูว่าหมอนมี ความสามารถ ในการรองรับ ดีพอหรือไม่ ควรจะทดสอบความแน่นของหมอน โดยที่ถ้ามันมีแรงดัน นิดหน่อยก็แสดงว่าจะรองรับศีรษะได้มากกว่า สำหรับคนที่มักจะนอนหงายควรเลือกหมอนที่ต่ำและนิ่มกว่าเพื่อให้คออยู่ในตำแหน่งที่สบาย แต่ถ้าเป็นคนชอบนอนตะแคง ควรจะเลือกหมอนสูงกว่าสักหน่อย เพื่อจัดแนวสันหลังให้อยู่ในแนวตรงที่พอเหมาะพอดี

สุดท้ายเป็นเรื่องของ การดูแลรักษา ควรใช้ปลอกหมอนกันเปื้อนเพื่อยืดอายุการใช้งานไปได้นาน ๆ เพียงแค่นี้ก็คงจะพอช่วยให้นอนหลับฝันดี มีภูมิคุ้มกันโรคหวัดกันได้อย่างง่ายๆ ต่อไปตราบนาน

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ [17 ม.ค. 52 - 00:29]

บาดลึก...ในความเหงา

ความเหงาบาดลึกไม่เพียงต่อจิตใจแต่ยังรวมถึงสุขภาพด้วย ชี้ความเหงาทำร้ายคนได้เท่าบุหรี่ เสี่ยงโรคหัวใจ-ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
เดลิเมล์ – ผู้เชี่ยวชาญเตือนความเหงาทำร้ายคนเราได้พอๆ กับการสูบบุหรี่หรือโรคอ้วน ทำให้ความดันโลหิตพุ่ง ระบบภูมิคุ้มกันโรคอ่อนแอลง นอนหลับยาก และอาจเป็นโรคจิตเสื่อมเร็วขึ้น
คำเตือนเหล่านี้นำเสนออยู่ในที่ประชุมอเมริกัน แอสโซซิเอชัน ฟอร์ ดิ แอดวานซ์เมนท์ ออฟ ไซนส์เมื่อวันจันทร์ (16) โดยจอห์น คาซิออปโป ซึ่งค้นพบว่าความเปล่าเปลี่ยวทำให้สมองผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมามากขึ้น และทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นถึงระดับที่อาจทำให้เกิดหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง
เมื่อเปรียบเทียบสุขภาพของคนที่ปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอกกับคนที่ชอบสังสรรค์ นักวิจัยพบความแตกต่างมากพอๆ กับความแตกต่างระหว่างคนสูบบุหรี่กับไม่สูบ คนที่เป็นโรคอ้วนกับคนที่น้ำหนักปกติ และคนที่ออกกำลังกายกับคนที่ไม่ออกกำลังกาย

ในการศึกษาพบว่า คนที่เหงาที่สุดมีระดับความดันโลหิตสูงกว่าคนที่มีกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นมากที่สุดถึง 30 จุด หรือเท่ากับมีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงการเสียชีวิตจากโรคเหล่านี้มากกว่าคนที่มีระดับความดันโลหิตปกติถึงสามเท่า
ฮอร์โมนคอร์ติซอลในระดับสูงยังไปกดทับระบบภูมิคุ้มกันโรค ทำให้คนๆ นั้นอ่อนแอต่อโรคต่างๆ
คนที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวยังนอนหลับไม่สนิท ทำให้ระหว่างวันรู้สึกเฉื่อยชา และมีแนวโน้มต้องพึ่งยานอนหลับ

ความเหงายังมีผลต่อสุขภาพอีกมากมาย รวมถึงการเร่งกระบวนการของโรคจิตเสื่อม ซึ่งแม้ยังไม่รู้สาเหตุแน่ชัด แต่เป็นไปได้ว่าสมองอาจไม่มีการผ่อนคลายแบบที่คนที่เข้าสังคมเป็นประจำเป็น

ศาสตราจารย์คาซิออปโปจากมหาวิทยาลัยชิคาโก สหรัฐฯ กล่าวว่าปรากฏการณ์นี้พบได้อย่างกว้างขวางในสังคมปัจจุบันที่แตกเป็นเสี่ยงๆ ที่ผู้คนสื่อสารกันทางอินเทอร์เน็ตแทนการพบหน้าค่าตากัน
“เราต่างอยู่อย่างโดดเดี่ยวมากขึ้น บางทีอาจเป็นเพราะเราอายุมากขึ้น แต่งงานช้าลง มีลูกและเพื่อนสนิทน้อยลง”
คาซิออปโปแนะนำให้คนที่อยู่ตามลำพังหาเพื่อนจากการทำงานการกุศล และว่าการมีเพื่อนสนิทไม่กี่คนดีกว่าการมีคนรู้จักก๊วนใหญ่
“คนเหงาอาจรู้สึกหิวโหย สิ่งสำคัญก็คือ ต้องตระหนักว่าวิธีแก้ปัญหาไม่ใช่เพียงการหาอะไรใส่ท้อง แต่เป็นการทำอาหารและร่วมดื่มกินกับคนอื่น”
คาซิออปโปยังเชื่อว่า พฤติกรรมนี้ฝังรากอยู่ในกระบวนการวิวัฒนาการ กล่าวคือความเจ็บปวดจากความเปลี่ยวเหงาเตือนให้คนที่อยู่โดดเดี่ยวนึกถึงการเข้าร่วมสังคมเพื่อได้รับความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 กุมภาพันธ์ 2552 16:25 น.

วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2552

วิธีเรียนภาษา ที่ดีที่สุด

วิธีเรียนรู้ภาษาต่างประเทศแบบเป็นเอง ให้เข้าหูเข้าตาตลอดเวลา

วิธีการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศที่ดีที่สุด ก็คือ ให้ได้ยินได้ฟังมันอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะไม่รู้ความหมายของมันก็ตาม

ดร.ปอล ซุลเบอเกร์ นักปราชญ์ทางด้านภาษา มหาวิทยาลัยวิกตอเรีย ให้เหตุผลว่า แม้จะฟังดูประหลาด เพราะเราไม่รู้เรื่องเลย พวกครูสอนภาษาหลายคนอาจยังฟังไม่ได้ เขาอธิบายเหตุผลว่า “ถ้าหากเราต้องการรู้ภาษาสเปน ก็ต้องหมั่นฟังสถานีวิทยุภาษาสเปนทางอินเตอร์เน็ตบ่อยๆ มันจะช่วยให้เราพอจับได้และรู้ศัพท์ใหม่มากขึ้น

ผลการวิจัยของเขาได้ท้าทายทฤษฎีการเรียนรู้ภาษาที่ใช้กันอยู่ เขามีข้อสมมติฐานใหญ่ว่า “ปล่อยให้ฟังภาษาใหม่ให้เข้าหูไปเถอะ มันจะไปสร้างโครงสร้างในสมอง ที่สำหรับจะเรียนภาษาใหม่ขึ้นเอง” และเสริมว่า

“เนื้อเยื่อประสาทที่จำเป็นกับการเรียนและเข้าใจภาษาใหม่ จะพัฒนาตัวเองให้เปิดรับภาษา มันเป็นวิธีเดียวกับที่เด็กทารกเรียนรู้ ภาษาแรกของตน”

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ [2 ก.พ. 52 - 00:38]

มุมมองความรัก ของหนุ่มมหา'ลัย แต่ละคณะ

เภสัช

แค่ก . . . แค้ก . . . ขอยาให้ผมหน่อย ผมมีอาการ ไอ . . . เลิฟยู

พยาบาล

หน้าที่ของผม คือ เยียวยา พอรักษาหายเธอก็จากไป

สัตวแพทย์

Love me, Love my dog.

นิเทศศาสตร์

อกหักไม่ใช่เรื่องใหญ่ ยังเล่นใหม่ได้อีกหลายเทค

จิตวิทยา

สะกดจิตเป็นเรื่องง่าย สะกดใจเป็นเรื่องยาก

นิติศาสตร์

โธ่เอ๊ย . . . ความรักนี่ช่างไม่ยุติธรรมเลย

บัญชี
คำนวณตัวเลขอาจใช้เวลาเพียงเสี้ยวนาที แต่คำนวณใจเธอนั้นต้องใช้เวลาเป็นปี

รัฐศาสตร์
หนุ่มรัฐศาสตร์ขอบอกเธอว่า รัก . . . สาด . . . สาด

ครุศาสตร์
ผมสามารถสอนคุณได้ทุกอย่าง แต่มีเรื่องเดียวที่อยากให้คุณสอนผม . . .

อักษรศาสตร์
หว่ออ้ายหนี่ ติอาโม เฌอแตม ไอเลิฟยู รักหลายเด้อ

เศรษฐศาสตร์
ได้ใจเธอคือกำไร เธอไม่สนใจคือเท่าทุน

โครงการพัฒนา software
Hard disk ของเธอมีกี่ "กิ๊ก" ส่งใจไปเท่าไหร่ก็ไม่เต็มซะที

แพทย์
บุหรี่ผมก็ไม่สูบ สุขภาพก็ดูแลดี แต่พอเจอเธอทุกที . . . มีอาการโรคปอดขึ้นทันใด

วิทยาศาสตร์
ความรักไม่มีสูตรตายตัว

ศิลปกรรม
ปั้นเท่าไหร่ก็ไม่เหมือน เพราะเธอน่ารักขึ้นทุกวัน

วิทย์กีฬา
ร่างกายแข็งแรง แต่หัวใจอ่อนแอ
สหเวชศาสตร์
ไม่รู้เครื่องเอ็กซเรย์ เสียหรือเปล่า เพราะเอ็กซเรย์ลงไปก็เจอแต่หน้าเธอ

สถาปัตย์
รักออกแบบไม่ได้

ทันตแพทย์
ถ้าตรวจฟันผมคงเจอแมงกินฟัน ถ้าตรวจหัวใจผมคงเจอเธอกินใจ

วิศวะ
คณะเราผู้ชายมันเยอะนี่หว่า . . . ดูไปดูมานายก็น่ารักดีนะ ..จึ๋ย

ผู้ชายเมา มองผู้หญิงสวยขึ้น จริงไหม??

ค้านทฤษฎีเมาแล้วมองหญิงสวย ยันเหล้าไม่มีผลต่อสายตาผู้ชาย
ผู้หญิงไม่ได้ดูสวยน่ารักมากกว่าปกติในสายตาผู้ชายที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ในเลือดแล้ว
เอเจนซีส์ – ผลวิจัยล่าสุดหักล้างทฤษฎีเดิม ยันเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้มีผลต่อวิจารณญาณของผู้ชายในการตัดสินความสวยและประเมินอายุของสาวๆ นับจากนี้ต่อไปหนุ่มทั้งหลายจึงไม่ควรอ้างว่าเพราะเมาถึงไปควงสาวผิดสเป็กหรือเลยเถิดกับเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ปรากฏการณ์ดังกล่าวเรียกขานกันว่า ‘beer goggles’ หรือแนวโน้มที่ผู้ชายมองผู้หญิงสวยมีเสน่ห์มากขึ้นหลังกระดกเบียร์เข้าปากไปได้ระยะหนึ่ง ซึ่งมีการกล่าวขานถึงเรื่องนี้เป็นครั้งแรกโดยนักวิทยาศาสตร์ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 โดยเรียกว่า ‘alcohol myopia’
ในอดีต หนุ่มๆ มักอธิบายกับเพื่อนว่าที่คว้าผู้หญิงหน้าแปลกมาควงเป็นเพราะฤทธิ์เหล้าแท้ๆ
แต่การวิจัยล่าสุดระบุว่า เรื่องเหล่านั้นเป็นความผิดของผู้ชายเอง ไม่ควรไปโทษแอลกอฮอล์ ปรากฏการณ์ Beer goggles เป็นความเข้าใจผิด และผู้หญิงไม่ได้ดูสวยกว่าปกติในสายตาผู้ชายที่มีแอลกอฮอล์ผสมในเลือด
ดร.วินเซนต์ อีแกน จากมหาวิทยาลัยเลสเตอร์ อังกฤษ ซึ่งเป็นผู้นำการวิจัย ได้สุ่มหากลุ่มตัวอย่าง 240 คนในบาร์ คาเฟ่ และเลานจ์ในสนามบิน โดยอาสาสมัครที่มีทั้งหญิง-ชายเหล่านี้อายุระหว่าง 18-70 ปี และครึ่งหนึ่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่โดยมีอาการซึ่งวัดจากระดับแอลกอฮอล์ในเลือดต่างกันไปตั้งแต่ผ่อนคลาย พอดีๆ จนถึงเมา
อาสาสมัครทั้งหมดได้ดูรูปหญิงสาวอายุ 17 ปีที่มีการใช้เทคนิคสร้างภาพให้ดูเหมือนอายุ 13 ปี และ 20 ปี และบางภาพที่เป็นภาพอายุ 17 ปีถูกแต่งให้ดูเหมือนเด็กสาวแต่งหน้าทาปากครบเครื่อง
เมื่อถูกขอให้วิจารณ์ความมีเสน่ห์และอายุของคนในรูป ปรากฏว่าอาสาสมัครหญิงให้คะแนนคนในรูปมีเสน่ห์มากขึ้นหลังจากดื่มแล้ว แต่แอลกอฮอล์กลับไม่มีผลในเรื่องนี้สำหรับผู้ชาย หมายความว่าทฤษฎีเมาแล้วมองผู้หญิงสวยเป็นอันตกไปโดยสิ้นเชิง
แม้ไม่ทราบชัดเจนว่าเหตุใดผู้หญิงจึงมองผู้หญิงด้วยกันสวยขึ้นหลังจากเหล้าเข้าปาก แต่อาจเป็นไปได้ว่าเป็นเพราะผู้หญิงแสดงความคิดเห็นตรงไปตรงมามากกว่าผู้ชาย
การดื่มยังไม่มีผลต่อความสามารถในการคาดคะเนอายุของกลุ่มตัวอย่างทั้งสองเพศ นักวิจัยจึงสรุปว่าอิทธิพลจากแอลกอฮอล์ไม่ควรถูกนำมาเป็นข้ออ้างกรณีที่ผู้ชายถูกกล่าวหาว่าล่วงเกินเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
งานวิจัยของเลสเตอร์ที่ตีพิมพ์อยู่ในวารสารไซโคโลจี้ของอังกฤษ ค่อนข้างขัดแย้งกับข้อสรุปของงานวิจัยหลายชิ้นในอดีต อาทิ ผลงานจากมหาวิทยาลัยบริสตอล อังกฤษ ที่พบว่าคนที่ดื่มแม้เพียงเล็กน้อยมีแนวโน้มมองคนอื่นมีเสน่ห์มากขึ้น รวมไปถึงงานศึกษาจากสหรัฐฯ ที่ระบุว่าแค่มองคำที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ก็เพียงพอทำให้ผู้ชายมองผู้หญิงสวยเซ็กซี่มีเสน่ห์มากขึ้น

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 เมษายน 2552 12:02 น.

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2552

เคี้ยวหมากฝรั่งแล้วเรียนเก่งขึ้น?

ชี้เคี้ยวหมากฝรั่งในห้องเรียน สมาธิมุ่งมั่นผลการเรียนดีขึ้น
นักวิจัยเชื่อหมากฝรั่งช่วยลดความเครียด ทำให้เด็กมีสมาธิกับการเรียนดีขึ้น
เอเจนซี – นักวิจัยอเมริกันระบุการเคี้ยวหมากฝรั่งอาจส่งผลให้วัยรุ่นทำคะแนนคณิตศาสตร์ดีขึ้น เนื่องจากความเครียดลดลง จึงมีสมาธิมุ่งมั่นขึ้น  โรงเรียนหลายแห่งในสหรัฐฯ แบนหมากฝรั่ง เนื่องจากเด็กบางคนชอบคายทิ้งไว้ใต้เก้าอี้หรือใต้โต๊ะ
กระนั้น ผลการศึกษาของทีมนักวิจัยที่นำโดยเคร็ก จอห์นสตัน จากเบย์เลอร์ คอลเลจ ออฟ เมดิซินในฮูสตัน พบว่านักเรียนที่เคี้ยวหมากฝรั่งระหว่างชั้นเรียนคณิตศาสตร์ทำคะแนนการทดสอบคณิตศาสตร์มาตรฐานดีขึ้นหลังผ่านไป 14 สัปดาห์ และยังทำคะแนนสอบปลายภาคได้ดีกว่าเพื่อนร่วมห้องที่ไม่ได้เคี้ยวหมากฝรั่ง
“นี่เป็นครั้งแรกที่เราสามารถแสดงให้เห็นถึงสถานการณ์จริงที่บ่งชี้ว่านักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้นหากได้รับอนุญาตให้เคี้ยวหมากฝรั่งในห้องเรียน” กิล เลอวิลล์ ผู้อำนวยการบริหารของสถาบันวิทยาศาสตร์ริกลีย์ หน่วยวิจัยของริกลีย์ ผู้ผลิตหมากฝรั่งที่ปัจจุบันเป็นบริษัทในเครือของมาร์ส กล่าว
เลวิลล์เสริมว่า ลูกค้าจำนวนมากส่งความคิดเห็นกลับมายังริกลีย์ว่า การเคี้ยวหมากฝรั่งทำให้มีสมาธิดีขึ้น ดังนั้น เมื่อสี่ปีที่แล้ว บริษัทจึงเริ่มก่อตั้งสถาบันวิจัยขึ้นมาเพื่อพิสูจน์เรื่องนี้
และในการวิจัยของนักวิจัยจากเบย์เลอร์ ซึ่งได้ทุนสนับสนุนจากริกลีย์ ได้มีการศึกษาห้องเรียนวิชาคณิตศาสตร์ 4 ห้องในฮูสตัน รัฐเทกซัส ซึ่งประกอบด้วยนักเรียน 108 คนอายุระหว่าง 13-16 ปี
นักเรียนครึ่งหนึ่งได้รับอนุญาตให้เคี้ยวริกลีย์แบบปลอดน้ำตาลระหว่างเรียน ทำการบ้าน และทำข้อสอบ เด็กเหล่านี้เคี้ยวหมากฝรั่ง 86% ของเวลาทั้งหมดในห้องเรียนเลข และ 36% ของเวลาทำการบ้าน ขณะที่เด็กอีกครึ่งหนึ่งเรียน ทำการบ้านและสอบโดยไม่มีหมากฝรั่ง
หลังจาก 14 สัปดาห์ เด็กที่เคี้ยวหมากฝรั่งทำคะแนนคณิตศาสตร์ในการประเมินความรู้และทักษะเพิ่มขึ้น 3% ซึ่งแม้เป็นตัวเลขที่ไม่มากนัก แต่จอห์นสตันที่นำเสนอผลการศึกษาต่อที่ประชุมอเมริกัน โซไซตี้ ฟอร์ นิวทริชันในนิวออร์ลีนส์ เมื่อไม่กี่วันนี้ ระบุว่าบ่งชี้การเปลี่ยนแปลงที่มีนัยทางวิทยาศาสตร์
แม้นักวิจัยไม่พบความแตกต่างในการทำคะแนนวิชาคณิตศาสตร์ระหว่างสองกลุ่มในการทดสอบอีกชุด อย่างไรก็ตาม เด็กที่เคี้ยวหมากฝรั่งทำคะแนนสอบปลายภาคได้ดีกว่าเพื่อนในห้อง
การศึกษาอีกชิ้นที่ได้ทุนสนับสนุนจากริกลีย์พบว่า นักศึกษาในห้องวิจัยที่ได้รับมอบหมายภารกิจซับซ้อนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มีระดับฮอร์โมนความเครียดคอร์ติซอลลดลงเมื่อเคี้ยวหมากฝรั่ง ทั้งนี้ เทียบกับเพื่อนที่ไม่ได้เคี้ยวหมากฝรั่ง
ลาวิลล์คิดว่า การเคี้ยวหมากฝรั่งช่วยลดความเครียด ทำให้นักเรียนเรียนได้ดีขึ้น เขายังหวังว่าการค้นพบนี้จะทำให้โรงเรียนต่างๆ เลิกแบนหมากฝรั่ง โดยจัดการกับข้อวิตกกังวลด้วยการอบรมพฤติกรรมการทิ้งขยะของเด็กอย่างจริงจังมากขึ้น

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 เมษายน 2552 12:19 น.

 

Desenvolvido por EMPORIUM DIGITAL